Program XERF คืออะไร?

คุณสมบัติใหม่ที่สำคัญ
- Dual-Frequency Monopolar RF : ผสานคลื่นความถี่ 6.78 MHz และ 2 MHz เพื่อส่งพลังงานความร้อนได้ลึกและกว้างกว่าเดิม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการยกและกระชับในคราวเดียวให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
- ปรับการรักษาได้ละเอียด: ทำให้หมอปรับการรักษาที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้ ด้วยเทคโนโลยีสองความถี่ พร้อมโหมดเลือกความลึก 3 ระดับ และปรับระดับพลังงานได้ละเอียดถึง 10 ระดับ
- การออกแบบหัวทิป “Spider Pattern”: ช่วยให้การกระจายพลังงานสม่ำเสมอทั่วบริเวณที่รักษา ลดการสะสมความร้อนส่วนเกินที่ขอบหัวทิป (Edge Effect) และมอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับคนไข้ ลดปัญหาผิวแดง อักเสบหลังการรักษา
- ระบบตรวจสอบอุณหภูมิแบบเรียลไทม์: ตรวจวัดอุณหภูมิความร้อนบนผิวอย่างต่อเนื่องตลอดการทำหัตถการ เพื่อป้องกันความร้อนที่สูงเกินไป (Overheating) ช่วยให้การรักษามีความปลอดภัยและควบคุมได้อย่างแม่นยำ
- ระบบช่วยควบคุมความร้อน: ผสานการทำงานของเทคโนโลยี Wave Fit™ Pulse เข้ากับระบบทำความเย็น ICD เพื่อมอบประสบการณ์ที่สบายผิวสูงสุด จนไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาในการทำหัตถการ
Program Xerf สามารถปรับแต่งการรักษาให้เหมาะกับแต่ละสภาพผิวอย่างไร?
การเพิ่มขึ้นของคลื่นความถี่ 2 MHz ใน XERF ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของเครื่องมือกลุ่ม Monopolar RF ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปหน้าที่มีความหย่อนคล้อยในระดับมาก ปริมาณไขมันส่วนเกินที่เยอะทั้งบริเวณแก้ม เหนียง ลำคอ หรือลำตัว
สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือที่สามารถจัดการกับปัญหาหน้าบาน แก้มเยอะ หรือความหย่อนคล้อยลึก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่คนไข้ไม่ต้องทนเจ็บเหมือนการทำ HIFU และได้ผลลัพธ์การปรับรูปหน้าที่ดูละมุนและเป็นธรรมชาติ XERF เป็นคำตอบที่คุ้มค่ามาก การเข้าใจและดึงศักยภาพของคลื่น 2 MHz มาใช้ จะช่วยให้หมอสามารถออกแบบการรักษาที่แม่นยำและสร้างความประทับใจให้กับผู้รับบริการได้อย่างยั่งยืน
เทคนิคการใช้ ความถี่ 2 MHz เพื่อผลลัพธ์ความเป็นเลิศทางคลินิก
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดจาก XERF แพทย์สามารถใช้เทคนิค “Dual-Layer Protocol”:
Step 1 : Deep Contouring (2 MHz): เริ่มต้นด้วยการใช้คลื่น 2 MHz เพื่อจัดการกับ Deep Dermis และ Subcutaneous Fat บริเวณกรอบหน้า (Jawline) และใต้คาง (Submental) เพื่อสร้าง Definition ของโครงหน้า
Step 2 : Superficial Tightening (6.78 MHz): ตามด้วยคลื่นมาตรฐานเพื่อกระชับผิวชั้นบนและรูขุมขน
ความยืดหยุ่นในการสลับความถี่นี้คือจุดแข็งที่ทำให้ XERF เป็น Monopolar RF ที่สมบูรณ์แบบ แตก ต่างจากเครื่องรุ่นเก่าที่ทำได้เพียงระดับความลึกเดียว
Xerf VS HIFU ทดแทนหรือช่วยเติมเต็มการรักษาความหย่อนคล้อย คำถามที่พบบ่อยคือ XERF จะมาแทนที่ HIFU หรือไม่?
คำตอบคือ Program XERF มีกลไกการทำงานที่แตกต่าง และสามารถทำงานร่วมกันหรือทดแทนในบางข้อบ่งชี้ได้ ขึ้นอยู่กับชั้นผิวและลักษณะโครงสร้างใบหน้า
Coverage (พื้นที่การรักษา) : HIFU ทำงานแบบ Fractional เป็นจุดเล็กๆ (Dot Pattern) ทำให้มีเนื้อเยื่อปกติเหลืออยู่มาก ในขณะที่ XERF 2 MHz สร้าง Bulk Heating ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 100% (Full coverage) ในชั้นไขมัน ทำให้การลด Volume ของใบหน้ามีความสม่ำเสมอ (Homogeneous) มากกว่า
Pain Management (ความเจ็บปวด) : การยิง HIFU ลงลึกอาจสร้างความเจ็บหรือปวดลึกๆ ได้ (Deep bone ache) เนื่องจากพลังงานโฟกัสสูง แต่ XERF ใช้การค่อยๆ สะสมความร้อน (Gradual Heating) ในชั้นไขมัน ทำให้คนไข้รู้สึกสบายกว่ามากโดยไม่ต้องใช้ยาชา
Customization : สำหรับคนไข้ที่มีชั้นไขมันหนา (Heavy Face) การใช้ XERF 2 MHz อาจให้ผลลัพธ์เรื่องการลดแก้มและเหนียงได้ชัดเจนกว่า HIFU ในขณะที่คนไข้หน้าตอบอาจเหมาะกับการใช้ XERF โหมด 6.78 MHz เพื่อกระชับผิวโดยไม่ลดไขมัน


