Program

OLIGIO (โอลิจิโอ)

OLIGIO คืออะไร?

เทคโนโลยีคลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว (Monopolar radio frequency) ที่ทำให้เกิดความร้อนสะสมและอุณหภูมิสูงเพียงพอ (Optimal heat for collagenesis) สามารถลงได้ครอบคลุมชั้นหนังแท้ (Dermis) และไขมันใต้ผิว (Subcutaneous)


จึงทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่หย่อนคล้อยหดตัวหลังทำทันที และเกิดการสร้างเส้นใยใหม่ตามมา โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม ใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำการรักษา


นี่จึงเป็นข้อแตกต่างระหว่าง Oligio และ RF ทั่ว ๆ ไป และการที่ความร้อนสามารถลงลึกจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง จึงส่งผลให้ไขมันบริเวณนั้น

มีขนาดเล็กลงได้ด้วย จึงเหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนเกิน ทั้งใบหน้า เหนียง ลำตัว แขนและขา

กลไกการทำงานของ OLIGIO

ก่อให้เกิดการสั่นชนกันระหว่างโมเลกุลที่มีประจุ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นความร้อน สร้างความร้อนเป็นวงกว้างและลึกที่อุณหภูมิ 40-60 °C บนเนื้อเยื่อ โดยส่งกระแสความถี่สูง ไปที่ชั้นผิว ไขมันเพื่อให้เกิดการกระชับ


เทคโนโลยีพิเศษของ OLIGIO

ถือเป็น 4th Generation monopolar RF เพราะมีการปรับปรุงคุณภาพ

ประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้เหนือกว่า เครื่องอื่นๆที่มีเทคโนโลยีคล้ายคลึงกัน

Pain Relief - ระบบสั่น Vibration รวมไปถึงระบบ Cooling system

ที่ช่วยปกป้องผิวชั้นนอก ช่วยลดความเจ็บขณะรับการรักษา ข้อดีดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาไม่เจ็บต้องแปะยาชา

Faster Treatment - ด้วยฟังชันก์ Auto และขนาดของ Face Tip 4cm2 (2x2) ช่วยให้การรักษาครอบคลุมผิวและไขมัน ทั่วถึงใบหน้า เหนียง ลำคอ ลำตัว แขนและขา ใช้เวลาประมาณ 10-45 นาที

Safe Treatment

ระบบ Real-Time temperature Monitoring ช่วยวัดอุณหภูมิของผิวหนัง

แบบ real-time เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น >43 องศา เครื่องจะหยุดการทำงานทันที

ระบบ Pressure Sensing ที่ช่วยตรวจสอบแรงกดระหว่างหัว Tip

และผิวหนัง ซึ่งลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บไหม้ของผิวหนัง

ความสะดวกสบาย - จากประสิทธิภาพ 20% ตั้งแต่หลังทำทันทีและคงผลลัพธ์ความพึงพอใจในการระชับ ยาวนาน 6-12 เดือน หลังการรักษาสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ปกติ

สามารถใช้แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

เนื่องจากการออกฤทธิ์หลักเป็นการเพิ่มปริมาณและคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

และไขมันใต้ผิวจึงทำให้เกิดการหดกระชับตัวเข้าของบริเวณที่ทำการรักษา ได้แก่

  1. แก้มป่อง หน้าบาน ดูไม่เรียว
  2. เหนียง คางสองชั้น
  3. ไขมันส่วนเกิน กรอบหน้าไม่ชัด
  4. ใต้ตาบวม ถุงใต้ตา ไขมันที่เปลือกตา
  5. ผิวหนังใบหน้า เหนียง ลำคอ หน้าท้อง แขนขา ที่ไม่เรียบเนียน หย่อนคล้อย
  6. รูขุมขนกว้าง ความมันส่วนเกินที่ผิว และสิวเรื้อรัง

การทำ OLIGIO เจ็บไหม?

เป็นหัตถการที่จะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ ระหว่างทำการรักษาและโดยมากผู้รับบริการมักจะหลับขณะทำด้วยซ้ำ เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาสูงขึ้นอีกขั้นจากเครื่อง RF อื่น เช่น THERMAGE THERMATRIX และปราศจากการใช้เข็มแบบ MORPHEUS POTENZA SYLFIRM

  • ระบบ Cryogen gas ปล่อยความเย็น 4 เฟส ตลอดเวลาที่เครื่องปล่อยคลื่น ผิวจึงไม่รู้สึกถึงความร้อน/ระคายเคือง
  • เซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิผิวหนัง ความเสียดทานผิว และระดับแรงกด ที่แม่นยำ รวดเร็ว
  • ระบบสั่นสะเทือน พร้อมกับปล่อยพลังงาน ทำให้ผิวไม่รู้สึกเจ็บหรือร้อน
  • ระบบตรวจแรงเสียดทานผิว แบบเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงกว่า ภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด
  • Premium coupling oil เจลนำคลื่นเกรดพรีเมี่ยม ทำให้พลังงานกระจายตัวสม่ำเสมอ แม่นยำ ลึกและเป็นวงกว้า

ผลลัพธ์จากการทำ OLIGIO เห็นเมื่อไร ยาวนานไหม?

Oligio หลังทำ เห็นผลทันทีประมาณ 20%

และจะค่อย ๆ เห็นผลมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อระยะเวลาผ่านไป 2 เดือน

และคงความพึงพอใจของผลลัพธ์ความกระชับโดยมาก

ไว้ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ

และการดูแลผิวของแต่ละคน

ทั้งนี้คอลลาเจนที่เกิดตามหลังมาไม่ได้มีอายุการใช้งานที่จำกัด

เพียงแต่การทำซ้ำในช่วง 4-6 เดือน

จะยิ่งเป็นการสะสมต้นทุนคอลลาเจนมากขึ้น

ทำให้ผิวแข็งแรง อ่อนเยาว์มากขึ้นเรื่อย ๆ

การยกกระชับด้วย OLIGIO แตกต่างจากการใช้ ULTRAFORMER และ ULTHERA อย่างไร?

  • การทำงานของ OLIGIO จะต่างออกไปเพราะเน้นการเพิ่มปริมาณคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนัง และไขมันใต้ผิว จึงมีผลในการหดกระชับเข้าของบริเวณที่รักษา เช่น ไขมันเปลือกตา ถุงใต้ตาบวม แก้มเหนียงที่ป่อง ผิวไม่เรียบเนียน ไขมันส่วนเกินใต้ผิว รูขุมขนกว้างความมันส่วนเกินที่ผิว ปัญหาสิวเรื้อรัง


  • แต่กลุ่มโฟกัสอัลตร้าซาวน์ เช่น ULTRAFORMER และ ULTHERA จะเน้นการเพิ่มปริมาณคอลลาเจนที่ชั้น SMASซึ่งมีผลหลักในการยกตัวขึ้นของบริเวณที่รักษา เช่น หางคิ้วหางตาตก รอยพับย่นของร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องน้ำตา แก้มตกย้อย


  • เพราะพลังงานของ OLIGIO กระจายออกเป็นวงกว้าง ขนาดใหญ่กว่ากลุ่ม โฟกัสอัลตร้าซาวน์ ที่พลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ เพียง 1 มม ถึง 400 เท่า จึงครอบคลุมผิวหนังและไขมันใต้ผิวทั้งหมด


  • ดังนั้นแล้วในหลายๆเคสที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย หมอจึงออกแบบการรักษาโดยผสมผสานทั้ง 2 เทคโนโลยีร่วมกันอย่างลงตัว เพื่อให้เกิดการหดยุบตัวเข้า เน้นไปที่ การกระชับผิวและไขมัน ด้วย OLIGIO และการยกตัวขึ้นจาก SMAS ด้วย ULTHERA หรือ ULTRAFORMER

การกระชับด้วย OLIGIO แตกต่างจากการใช้ THERMAGE อย่างไร?

เป็นกลุ่มเทคโนโลยี คลื่นวิทยุขั้วเดี่ยว เช่นเดียวกัน และได้รับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในประสิทธิภาพความปลอดภัย

ระดับสากลทั้ง USFDA CE KFDA อย. ไทย เช่นเดียวกัน แต่ในรายละเอียดแล้ว OLIGIO มีการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยการ

  • มีระบบปล่อยความเย็นมากถึง 4 เฟส และช่วงปล่อยความร้อนที่สั้นกว่า จึงทำให้ผิวรู้สึกร้อนหรือเจ็บน้อยกว่ามาก
  • ไม่มีระบบการจับเวลา จึงไม่ต้องบังคับให้ผู้รับบริการซื้อแบบเหมาหัว และหมอไม่ต้องเร่งรีบในการทำหัตถการจึงมีเวลาในการเก็บรายละเอียดการรักษาได้ดีกว่า

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการรักษา

ข้อห้ามในการรักษาด้วย OLIGIO ได้แก่

  • บุคคลที่มีการใส่เครื่องมือแพทย์ฝังไว้ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า ICD, มีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • บุคคลที่มีโรคที่เกี่ยวกับกระบวนการรักษาบาดแผลหรือความพิการของระบบการห้ามเลือด ที่รุนแรงหรือยังควบคุมโรคไม่ได้
  • หญิงตั้งครรภ์


นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังบางประการ ที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ในการออกแบบการรักษา ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เช่น การทำหัตถการความงามอื่นก่อนหน้าในช่วง 2-4 สัปดาห์, บุคคลที่ใช้ยาต้านการอักเสบ, ประวัติการเป็นแผลเป็นนูน เช่น คีลอยด์,

เคสที่มีไขมันใต้ผิวปริมาณน้อยเพราะอาจจะทำให้ดูซูบตอบมากเกินไป

เทคนิค และแนวทางการวางแผนการรักษาด้วย OLIGIO

การใช้งาน OLIGIO หมอจะใช้การสะสมพลังงานความร้อนมากขึ้นเรื่อย เพื่อให้อยู่ในระดับที่สูงเพียงพอที่จะเกิดการ หดตัวข้าวของคอลลาเจนที่ผิว และมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมา ในบริเวณต่างๆ

โดย OLIGIO สามารถใช้ในการกระชับผิวได้ทุกบริเวณของร่างกาย จำนวนช็อตที่ใช้โดยคร่าวๆทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของปัญผิวในแต่ละเคส

REVIEW

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy